Tuesday, May 20, 2014

เผยความลับในนวางศ์จักร ตอนที่ 4 ทฤษฎี นวางศ์-ดุลย-ราศี





ในตอนที่แล้วผมได้อธิบายในเรื่องทฤษฎี ราศี-ดุลย-นวางศ์ (นวางศ์เทียบเท่ากับราศี)ไปแล้ว คราวนี้ก็มาถึงทฤษฎี นวางศ์-ดุลย-ราศี แปลความว่า ราศีเทียบเท่ากับนวาศ์  ซึ่งหลักการนี้คล้ายกัน เพียงมองไปอีกมุมหนึ่งเพื่อความสมดุลย์กันทั้งสองฝ่าย  
ในหลักทฤษฎีนี้ถึงแม้ว่าจะใช้กันมากในโหราศาสตร์ระบบนาฑิ แต่ก็ยังสามารถใช้ได้กับดวงชาตาโดยทั่วไปทั้งในดวงเดิมและดวงจร ซึ่งจะช่วยในการวินิจฉัยดวงชาตาได้ง่ายและละเอียดมากยิ่งขึ้น  เพื่อความเข้าใจให้พิจารณาจากดวงชาตาตัวอย่างด้านบนนี้
ราศีจักร –ลัคน์-ราศีธนู
ราศีจักร-ดาวอาทิตย์-ราศีสิงห์
นวางศ์จักร-ดาวอาทิตย์-นวางศ์มิถุน
ผมจะอธิบายเฉพาะดาวอาทิตย์กับลัคนาก่อน เพื่อเข้าใจง่ายขึ้น โดยให้ถือลัคนาจากราศีจักรเป็นหลักก่อน ซึ่งในดวงนี้ลัคนาสถิตราศีธนู ต่อมาดูดาวอาทิตย์ราศีสิงห์(เป็นเรือนที่ 10 ในราศีจักร) กับดาวอาทิตย์ในนวางศ์มิถุน(ตรงกับเรือนที่ 7 ในราศีจักร) ซึ่งอธิบายตามทฤษฎีนี้ว่า ดาวอาทิตย์ในนวางศ์มิถุนสามารถส่งผ่านอิทธิพลย้อนกลับมาที่ราศีมิถุน ในราศีจักรได้ ดังนั้นในดวงชาตานี้ในเรือนที่ 7 ว่าด้วยคู่ครองและการแต่งงาน ไม่ใช่มีเฉพาะดาวเสาร์สถิตย์อยู่ในราศีจักรเท่านั้น แต่ยังมีดาวอาทิตย์ส่งอิทธิพลร่วมกับดาวเสาร์ผ่านทางนวางศ์จักรอีกด้วย สรุปว่าดาวทั้งสองดวงนี้(เสาร์+อาทิตย์) มีความสัมพันธ์ต่อกันตามทฤษฎีนี้
เรือนชาตาในนวางศ์จักร
ก่อนจะอธิบายต่อไป เราจะต้องรู้จักชื่อของเรือนชาตาในดวงนวางศ์ก่อน ซึ่งในการเรียกชื่อเรือนต่างๆในดวงนวางศ์นั้น มีชื่อเรียกออกไปเป็นชื่อเฉพาะ เพื่อมิให้สับสนกับเรือนชาตาในราศีจักร โดยเรียงลำดับและมีความหมายเหมือนกับเรือนชาตาในราศีจักรดังนี้
1.      ลัคนาอัมศะ  2. ธนะอัมศะ  3. วิกรมมะอัมศะ   4. สุขะอัมศะ  5. ปุตระอัมศะ  6. อริอัมศะ  7. กลัตรอัมศะ  
8.
นิธนะอัมศะ 9. ธรรมะอัมศะ 10. กรรมะอัมศะ 11. ลาภะอัมศะ 12. วยายะอัมศะ





ราศีดุลยนวางศ์ ดวงฤกษ์ราศีจักร.pngP ดวงฤกษ์นวางค์จักร.png

ดังนั้นในดวงชาตานี้ การพิจารณาตามทฤษฎีนี้จะต้องเอาลัคนาในราศีจักรเป็นหลัก คือ ราศีธนู (ไม่ใช่ลัคนาในนวางศ์จักร) ก็จะได้ ดาวเคราะห์ที่เป็นเจ้าเรือนต่างๆในนวางศ์จักรที่สมดุลย์กับราศีจักรดังนี้
1.    ดาวอาทิตย์-นวางศ์มิถุน-กลัตระอัมศะ (สมดุลย์กับเรือนที่ 7 ปัตนิ)
2.    ดาวจันทร์-นวางศ์พิจิก-วยายะอัมศะ (สมดุลย์กับเรือนที่ 12 วินาส)
3.    ดาวอังคาร-นวางศ์พิจิก-วยายะอัมศะ (สมดุลย์กับเรือนที่ 12 วินาส)
4.    ดาวพุธ-นวางศ์สิงห์-ธรรมะอัมศะ (สมดุลย์กับเรือนที่ 9 ศุภะ)
5.    ดาวพฤหัส-นวางศ์เมษ-ปุตระอัมศะ (สมดุลย์กับเรือนที่ 5 ปุตตะ)
6.    ดาวศุกร์-นวางศ์ธนู-ลัคนาอัมศะ(สมดุลย์กับเรือนที่ 1 ตนุ)
7.    ดาวเสาร์-นวางศ์เมษ-ปุตระอัมศะ (สมดุลย์กับเรือนที่ 5 ปุตตะ)
8.    ราหู-นวางศ์มังกร-ธนะอัมศะ (สมดุลย์กับเรือนที่ 2 กดุมภะ)
9.    เกตุ(สากล)-นวางศ์พฤษภ-นิธนะอัมศะ (สมดุลย์กับเรือนที่ 8 มรณะ)
ย้อนกลับไปข้างต้น โดยมองเฉพาะจากด้านของราศีจักรจะเห็นว่า ในเรือนที่ 7 ปัตนิ(ราศีจักร)มีดาวเสาร์สถิตอยู่ในราศีมิถุน(ราศีจักร)ดาวเสาร์เป็นเจ้าเรือนที่ 2และ 3 (เรือนกดุมภะ-สหัชชะ ในราศีจักร)
และเมือมองผ่านนวางศ์จักรตามทฤษฎีนี้จะมีดาวอาทิตย์สถิตย์ร่วมด้วย (กลัตระอัมศะ=ปัตนิ) และดาวอาทิตย์เป็นเจ้าเรือนที่ 9 ทั้งในดวงราศีและดวงนวางศ์( ศุภะ=ธรรมะอัมศะ) การพิจารณาผลของเรือนที่ 7 ในดวงนี้ก็คือ ดาวเสาร์เป็นเจ้าเรือนกดุมภะ+สหัชชะ+ ดาวอาทิตย์เป็นเจ้าเรือน-ธรรมะอัมศะ (เรือนที่ 2+เรือนที่ 3+เรือนที่ 9) สรุปความว่า คู่ครองของเจ้าชาตานี้ จะต้องมาจากความเป็นเพื่อน(สหัชชะ) มีเงิน (กดุมภะ) มาจากทางไกลและมีคุณธรรม (ธรรมะอัมศะ)

เผยความลับในนวางศ์จักร 3 ทฤษฎี ราศี-ดุลย-นวางศ์



ก่อนที่เราจะเข้าไปศึกษาและเจาะลึกในเรื่องดวงนวางศ์จักร ผมอยากจะแนะนำให้นักโหราศาสตร์ได้เข้าใจถึงความสัมพันธ์ระหว่างราศีจักรกับนวางศ์จักร์ในอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งหลายท่านอาจจะยังไม่คุ้นเคย  ซึ่งปกติเราจะมองความสัมพันธ์ระหว่างจักรทั้งสองนี้ในลักษณะการแบ่งย่อยลงไปเป็นส่วนๆเท่านั้น  แต่ความจริลจักรทั้งสองนี้มีรูปแบบการสะท้อนพลังซึ่งกันและกัน จนกลายเป็นตัวแทนของกันและกัน โดยมีกล่าวไว้ในทฤษฎีที่เรียกว่า ราศี-ดุลย-นวางศ์ กับ นวางศ์-ดุลย-ราศี ซึ่งทั้งสองทฤษฎีนี้ถึงแม้ว่าจะมีกล่าวถึงบ้างในระบบโหราศาสตร์มาตรฐานของมหาฤาษีปราสาระ  แต่ในคัมภีร์โหราศาสตร์ของชาวทมิฬ นาฑู ได้นำเรื่องนี้มาอธิบายขยายความจนกลายเป็นทฤษฎีสำคัญในการพิจารณาดวงชาตา ซึ่งทฤษฎีนี้ก็ได้มีการอธิบายไว้อย่างละเอียดในคัมภีร์เทวะ เกลาลัม (หรือ จันทรา กาละ นาฑิ) รจนาโดยคณาจารย์ศรี ศันธานัม ซึ่งมีการอธิบายเรื่องวรรคต่างๆโดยละเอียดและลึกซึ้ง โดยมีมากถึง 9100 โศลก หากผมมีเวลามากพอก็จะแปลมาให้ได้อ่านและศึกษากันต่อไป  ซึ่งการพิจารณาตามหลักทฤษฎีข้างต้นนี้จะอธิบายราศี-ดุลย-นวางศ์ ก่อนดังนี้


ทฤษฎี นวางศ์-ดุลย-ราศี แปลความว่า ราศีเทียบเท่ากับนวางศ์ (ภาษาอินเดียแปลความจากหลังมาข้างหน้า) ตามหลักโหราศาสตร์นาฑิ ได้อธิบายกฏนี้ว่า ให้พิจารณาดาวเคราะห์ในราศีจักร เทียบเท่ากับ(ดุลยะ)  ในนวางศ์จักร ซึ่งหลักการนี้อธิบายได้ง่ายๆว่าเมื่อดาวเคราะห์สถิตย์ในราศีใดก็จะส่งอิทธิพลไปยังราศีนั้นๆในดวงนวางศ์จักร เช่น ดาวเสาร์สถิตในราศีมิถุนในราศีจักร (ตามรูป ) ดาวเสาร์ก็จะส่งอิทธิพลของดาวเสาร์ผ่านไปยังราศีมิถุนในดวงนวางศ์จักรด้วยเช่นกัน และในดวงชาตาตัวอย่างนี้ นวางศ์จักรมีดาวอาทิตย์สถิตย์ในราศีมิถุน ก็แสดงว่าดาวอาทิตย์ก็ได้รับอิทธิพลจากดาวเสาร์จากราศีจักรด้วยเกณฑ์กุมกันหรือร่วมกันในดวงนวางศ์ 
นอกจากนี้ ทฤษฎีนี้มิได้ใช้เฉพาะแต่ในนวางศ์จักรเท่านั้น แต่ยังปรับใช้ได้ในทุกวรรคทั้ง 16 วรรค (โษทศวรรค) ซึ่งก็แสดงว่าดาวเสาร์ได้ส่งอิทธิพลครอบคลุมราศีมิถุนทั้งหมด ตั้งแต่ราศีมิถุนในราศีจักรไปถึงราศีมิถุนในทุกๆวรรค ไล่ไปตั้งแต่ราศี โหรา ตรียางค์ นวางศ์ ฯลฯ จนสุดท้ายไปถึงฆฑิกางศะ 
สมมุติว่าในดวงจร มีดาวเสาร์กำลังโคจรผ่านราศีมิถุน และในดวงชาตาของคนๆหนึ่งมีดาวจันทร์สถิตย์ในราศีมิถุนของวรรคที่ 10 หรือ ทศางศะวรรค ซึ่งเป็นวรรคที่เกี่ยวข้องการการงาน อาชีพ   เจ้าชาตาก็ต้องได้รับอิทธิพลร้ายจากเสตสาติ อันเนื่องมาจากดาวเสาร์ทับจันทร์ในดวงทศางศะ ตามขอบเขตและความหมายของ ทศางศะ คือ เรื่องการงานและอาชีพ  โดยเจ้าชาตาจะมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องอาชีพในช่วงนี้  แต่อย่างไรก็ตามระยะเวลาอาจจะไม่ยาวนานถึง 7 ปีครึ่งเหมือนกับเสตสาติจริงๆ ดังนั้นในการพิจารณาดวงชาตาเบื้องต้น ท่านจะต้องเข้าใจในหลักการนี้ให้ถ่องแท้ก่อน






ยินดีต้อนรับ

Astrodienst Banner