Wednesday, June 18, 2014

เผยความลับในนวางศ์จักร ตอนที่ 6 ทำความรู้จักกับ”วรโคตมนวางศ์”












 เรื่อง “วรโคตรนวางศ์” หรือ ”วรโคตรมนวางศ์” สำหรับนักโหราศาสตร์ไทยคงจะคุ้ยเคยกันดี และก็มีการอธิบายเอาไว้บ้างพอสมควรเกี่ยวกับเรื่องนี้  คราวนี้เราลองมาศึกษาเรื่อง”วรโคตรมนวางศ์” จากต้นตอหรือต้นฉบับเดิมจากโหราศาสตร์ฮินดูกันว่าหลักครูท่านอธิบายอย่างไร
มหาฤาษีประราสาระ ,ท่านสัตยาจารย์ และ ท่าน อาจารยะ วราหะมิหิรา  ได้วางกฏเอาไว้ในเรื่องพื้นฐานของความมีกำลังของดวงชาตา ถ้าหาก ดวงชาตานั้นมีเงื่อนไขดังนี้
1.    วรโคตมะ
2.    ดาวเคราะห์เป็นอุจน์
3.    ดาวเคราะห์ในราศีมูลตรีโกณ(มูลเกษตร) หรือเป็นเกษตร
4.    ดาวเคราะห์สถิตในเรือนเกณฑ์
5.    ดาวเคราะห์เจ้าเรือน(ของดาวเคราะห์ใดๆสถิตอยู่นั้น)เข้มแข็ง
6.    ดาวเคราะห์ประกอบเป็นรูปโยค เช่น ราชาโยค ฯลฯ
จะเห็นได้ว่าหลักครูท่านได้วางหลักในเรื่อง วรโคตรมะ เอาไว้เป็นอันดับแรก ซึ่งถือได้ว่า เป็นส่วนสำคัญในการวินิจฉัยดวงชาตา โดย วรโคตรมะ นี้มีในหลายส่วน ไม่ใช่แต่เพียงในนวางศ์จักรเท่านั้น แต่สามารถนำทฤษฏีวรโคตมะนี้ไปไปใช้กับวรรคได้ทุกวรรค เช่น ทเรกณะ(ตรียางค์) สัปตางศะ ทศางศะ ทวาทศางศะ ฯลฯ ได้ 14 วรรค (ยกเว้นแต่ ราศีและโหรา) เท่านั้น หรือแม้แต่นักษัตรก็มี วรโคตมะนักษัตร แต่ในส่วนนี้จะอธิบายเฉพาะแต่ในนวางศ์จักร ที่เราเรียกว่า “วรโคตรมนวางศ์” เท่านั้น
คำว่า वर्गोत्तम नवांश  หรือ วรโคตรมนวางศ์ นี้ บางทีก็เรียกว่าเป็น “วรรคอุตตมางศะ” (วรรค+อุตตมะ+อางศะ) หมายถึงวรรค(ส่วน)อันอุดม หรือเจริญรุ่งเรือง โดยมีกฎดังนี้ 

“ในนวางศ์แรกของจรราศี ,นวางศ์กลางของสถิระราศี,และนวางศ์สุดท้ายของทวิภาวะราศี เรียกว่า วรโคตรมนวางศ์” โดยคัมภีร์ได้กล่าวเอาไว้ว่า หากเจ้าชาตาถือกำเนิดในนวางศ์(อุทิ นวางศ)ดังกล่าวนี้ (หรือลัคนาเกาะวรโคตรมนวางศ์) เจ้าชาตาจะได้เป็นใหญ่ในตระกูล”
อธิบาย-นวางศ์ที่ลัคนาเสวยเมื่อเกิดเรียกว่า “อุเทติ นวางศ” หรือ “อุทิ นวางศ”  उदेति (उदि) नवांश
(1)ดาวเคราะห์ วรโคตรมะ
นอกจากเรื่อง วรโคตรมนวางศ์แล้ว ในคัมภีร์ท่านยังกล่าวถึง”ดาวเคราะห์-วรโคตมะ” อีกด้วย โดยได้กล่าวเอาไว้ว่า
“ดาวเคราะห์วรโคตมจะมีเพียงหนึ่ง จากราศีและนวางศ์เดียวกัน”
อธิบาย เช่น ดาวจันทร์สถิตในราศีเมษและในนวางศ์เมษของราศีเมษ (วรโคตรมนวางศ์) ดาวจันทร์ก็จะได้ตำแหน่งเป็น ดาวเคราะห์วรโคตรมนวางศ์ ซึ่งจะมีเพียงหนึ่งเดียว โดยมีการบ่งชี้สถานะนี้ร่วมกันทั้งจากนวางศ์และราศี
โดย ดาวเคราะห์ ที่สถิตใน จรราศี ระหว่าง 00.00-3.20 องศา ได้ตำแหน่งเป็น”ดาว-วรโคตมะ”
ดาวเคราะห์ ที่สถิตใน สถิระราศี ระหว่าง 13.20-16.40 องศา ได้ตำแหน่งเป็น”ดาว-วรโคตมะ”
ดาวเคราะห์ ที่สถิตใน ทวิภาวะราศี ระหว่าง 26.40-30.00 องศา ได้ตำแหน่งเป็น”ดาว-วรโคตมะ”
(2)ตำแหน่งพิเศษของ ดาวเคราะห์ วรโคตรมะ
ถ้าหากดาวอังคารสถิตในวรโคตรมนวางศ์ของราศีเมษ ดาวอังคารก็จะให้กำลัง(ที่เป็นศุภผล)มากเป็นสองเท่าจากปกติ เพราะสถิตในราศีของตัวเอง (เป็นเกษตร )หรือเรียกว่า “สวะกษัตระ วรโคตรมะ” ผลดียอมเพิ่มเป็นทวีคูณ
ถ้าหากดาวอาทิตย์สถิตในวรโคตรมนวางศ์ของราศีเมษ ดาวอาทิตย์ก็จะให้กำลัง(ที่เป็นศุภผล)มากเป็นสองเท่าจากปกติ เพราะสถิตในราศีอุจน์ เรียกว่า “อุจเฉหะ หรือ อุจจะ วรโคตรมะ” ผลดียอมเพิ่มเป็นทวีคูณ
ถ้าหากดาวเสาร์สถิตในวรโคตรมนวางศ์ของราศีเมษ ซึ่งเป็นราศีนิจและนวางศ์นิจ เรียกว่า “นิจฉะ วรโคตรมะ”
ส่วนดาวเคราะห์อื่นๆนอกจากนี้ เช่น ดาวจันทร์ ดาวพุธ ดาวพฤหัส และศุกร์ หากสถิตย์ในวรโคตรมนวางศ์ของราศีเมษ (ตามข้างต้น) ก็จะเป็นดาวเคราะห์วรโคตรมะ ตามปกติ ไม่มีฐานะพิเศษเหมือนกับข้างต้น
(3)ลัคนาเกาะวรโคตมนวางศ์
ถ้าหากลัคนาเกาะวรโคตรมนวางศ์ในศุภะราศี จะเรียกเป็น “ศุภะ วรโคตรมะ ลัคนา” ซึ่งศุภะราศีและศุภะนวางศ์คือ
1.ราศีพฤษภ นวางศ์พฤษภ 2.ราศีมิถุน นวางศ์มิถุน 3.ราศีกรกฏ นวางศ์กรกฏ 4.ราศีกันย์ นวางศ์กันย์ 6.ราศีตุลย์ นวางศ์ตุลย์ 7.ราศีธนู นวางศ์ธนู 8.ราศีมีน นวางศ์มีน 
และถ้าหากลัคนาเกาะวรโคตรมนวางศ์ในปาปราศี จะเรียกเป็น “ปาเป วรโคตรมะ ลัคนา” ซึ่งปาปราศีและปาปนวางศ์คือ
1.ราศีเมษ นวางศ์เมษ 2.ราศีสิงห์ นวางศ์สิงห์ 3.ราศีพิจิก นวางศ์พิจิก 4.ราศีมังกร นวางศ์มังกร 6.ราศีกุมภ์ นวางศ์กุมภ์  
โดยทั้งหมดนี้ เจ้าชาตาหากเกิดในลัคนาที่เกาะวรโคตรมะนวางศ์จะกลายเป็นคนสำคัญ และจะมีความสำคัญพิเศษมากขึ้นหากดาวจันทร์ในดวงชาตา (ชนมจันทร์) เกาะวรโคตรมนวางศ์ด้วยเช่นกัน
(4) วรโคตรมนวางศ์ในไตรภาคราศี
อ้างอิงจากคัมภีร์ วิทยามหาวิทยะ บรรพที่ 2 กล่าวไว้ดังนี้ว่า
4.1ดาวเคราะห์วรโคตม หากสถิตในจรราศี จะเรียกว่า “จระ วรโคตรมะ” เช่น ราศีเมษ,กรกฏ,ตุลย์,มังกร
4.2ดาวเคราะห์วรโคตม หากสถิตในสถิระราศี จะเรียกว่า “สถิระ วรโคตรมะ” เช่น ราศีพฤษภ,สิงห์,พิจิก,กุมภ์
4.3เคราะห์วรโคตม หากสถิตในทวิภาวะราศี จะเรียกว่า “ทวิศภาวะ วรโคตรมะ” เช่น ราศีมิถุน,กันย์,ธนู,มีน
(5)ตำแหน่งของดาว อุจน์ และนิจ ในวรโคตรมนวางศ์
5.1 ดาวอาทิตย์ได้ตำแหน่งเป็น”อุจจะ วรโคตรมะ” หากสถิตในราศีเมษและในนวางศ์เมษ
5.2 ดาวจันทร์ได้ตำแหน่งเป็น”อุจจะ วรโคตรมะ” หากสถิตในราศีพฤษภและในนวางศ์พฤษภ
5.3 ดาวอังคารได้ตำแหน่งเป็น”อุจจะ วรโคตรมะ” หากสถิตในราศีมังกรและในนวางศ์มังกร
5.4 ดาวพุธได้ตำแหน่งเป็น”อุจจะ วรโคตรมะ” หากสถิตในราศีกันย์และในนวางศ์กันย์
5.5 ดาวพฤหัสได้ตำแหน่งเป็น”อุจจะ วรโคตรมะ” หากสถิตในราศีกรกฏและในนวางศ์กรกฏ
5.6 ดาวศุกร์ได้ตำแหน่งเป็น”อุจจะ วรโคตรมะ” หากสถิตในราศีมีนและในนวางศ์มีน
5.7 ดาวเสาร์ได้ตำแหน่งเป็น”อุจจะ วรโคตรมะ” หากสถิตในราศีตุลย์และในนวางศ์ตุลย์
และให้พิจารณาในทางกลับกันสำหรับ “นิจจะ วรโคตรมะ” ซึ่งดาวเคราะห์หากได้ตำแหน่งนี้จะลบล้างผลร้ายของความเป็นนิจ ด้วยกำลังแห่ง วรโคตมะ
(6)ลัคนาเกาะวรโคตรมนวางศ์ (อุทิ นวางศ)
คัมภีร์ พฤหัต ชาดก ได้กล่าวเอาไว้ว่า .....
“ถ้าหากเจ้าชาตาขณะเกิด นวางศ์ของลัคน์ไม่ได้ตำแหน่งใน วรโคตรมนวางศ์ จะส่งผลดังนี้ (1)เกิดในนวางศ์เมษ เจ้าชาตาจะกลายเป็น โจร  (2) นวางศ์พฤษภ จะมีความสุขในชีวิต (3) นวางศ์มิถุน จะเป็นผู้คงแก่เรียน (4) นวางศ์กรกฏ จะกลายเป็นเศรษฐี (5) นวางศ์สิงห์ จะกลายเป็น กษัตริย์ ,ราชา (6) นวางศ์กันย์ จะกลายเป็นบุคคลสำคัญ (7)นวางศ์ตุลย์ จะกลายเป็นคนกล้าหาญ (8) นวางศ์พิจิก จะกลายเป็น กรรมกร (9)นวางศ์ธนู จะกลายเป็นคนรับใช้ (10) นวางศ์มังกร จะกลายเป็นคนชอบกระทำปาป (11)นวางศ์กุมภ์ จะกลายเป็นคนโหดร้าย (12)นวางศ์มีน จะกลายเป็นคนไม่เกรงกลัวสิ่งใด
แต่หากลัคนาเกาะวรโคตรมนวางศ์ ผลจะทำให้เจ้าชาตากลายเป็นหัวหน้า หรือ มีคุณภาพ หรือมีกำลังมากกว่า ของผู้ที่เกิดในนวางศ์ที่กล่าวมาข้างต้น ตามลำดับ เช่นเกิดในนวางศ์เมษ และลัคนาสถิตย์ราศีเมษ (วรโคตรมนวางศ์) เจ้าชาตาจะเป็นหัวหน้าโจร แต่หากเป็นนวางศ์เมษในลัคนาราศีอื่นๆ เจ้าชาตาจะกลายเป็นเพียงโจรเล็กโจรน้อย หรือลูกน้องโจร ซึ่งเรื่องนี้จะให้ผลเหมือนกันกับลัคนาที่สถิตย์ใน “ทวาทศางศะวรรค”

 (7)ลัคนาเกาะ ศุภะ วรโคตมนวางศ์   

ในกรณีที่เจ้าชาตาขณะถือกำเนิด ลัคนาเกาะวรโคตรรนวางศ์ในศุภะนวางศ์และศุภะราศี ซึ่งเราเรียกว่า ศุภะ วรโคตรนวางศ์ และเรือนที่ 12 มีดาวดี(ศุภเคราะห์)สถิต อีกทั้งในเรือนเกณฑ์มีดาวเคราะห์สถิต ดาวเคราะห์นั้นจะส่งผลให้เจ้าชาตาจะมีบุคลิกของผู้นำ ตามความหมาย(การก) ของดาวเคราะห์ที่เป็นเกณฑ์นั้นๆ เช่น
(1)  หากดาวอาทิตย์สถิตในเรือนเกณฑ์ เจ้าชาตาจะเป็น(หัวหน้า)ข้าราชการ
(2)  หากดาวจันทร์สถิตในเรือนเกณฑ์ เจ้าชาตาจะเป็น(หัวหน้า)นักธุรกิจ
(3)  หากดาวอังคารสถิตในเรือนเกณฑ์ เจ้าชาตาจะเป็น(หัวหน้า)ทหาร 
(4)  หากดาวพุธสถิตในเรือนเกณฑ์ เจ้าชาตาจะเป็น(หัวหน้า)ครู ศาสตราจารย์ ผู้เชี่ยวชาญในวิชาชีพ
(5)  หากดาวพฤหัสสถิตในเรือนเกณฑ์ เจ้าชาตาจะเป็น(หัวหน้า)เกี่ยวกับศาสนา พิธีกรรม และมีทิพยญาณ ล่วงรู้อนาคต
(6)  หากดาวศุกร์สถิตในเรือนเกณฑ์ เจ้าชาตาจะเป็น(หัวหน้า)เศรษฐี และเป็นผู้มีความรู้  
(7)  หากดาวเสาร์สถิตในเรือนเกณฑ์ เจ้าชาตาจะเป็น(หัวหน้า)คนรับใช้ให้กับคนชั่ว
อย่างไรก็ตาม การที่ลัคนาเสวยวรโคตรมนวางศ์ จะทำให้พื้นดวงชาตากำเนิดเข้มแข็งมาก
(8)ราหูในวรโคตรมนวางศ์
อ้างอิงจากคัมภีร์ เทวะ เกลาลัม โศลกที่ 4852 ท่านได้กล่าวเอาไว้อย่างนี้ว่า...
“หากราหูหากสถิตในเรือนที่ 2 ซึ่งถ้าไม่ได้ตำแหน่งวรโคตรมนวางศ์ ลูกชายของเจ้าชาตา จะกลายเป็นนหนี้สินล้นพ้นตัว แต่หากได้ตำแหน่งวรโคตรมนวางศ์ผลจะกลายเป็นดี ซึ่งหากราหูในเรือนที่ 2และเสวยวรโคตรมนวางศ์จะทำให้เจ้าชาตาเป็นคนมีชื่อเสียง”

(9)อายุยืนนาน
อ้างอิงจากคัมภีร์ เทวะ เกลาลัม โศลกที่ 931 ท่านได้กล่าวเอาไว้อย่างนี้ว่า...
“เจ้าชาตาจะอายุยืนนาน หากดาวพฤหัสสถิตในเรือนที่ 7 และเสวยวรโคตรมนวางศ์  ความชั่วร้ายใดใดจะไม่มากล้ำกรายตลอดชีวิต หรือถ้าหากจะมีก็เหมือนกับอสุนีบาตถูกขุนเขาสกัดขวางเอาไว้ฉะนั้น”

(9)ความสุขตลอดชีวิต
อ้างอิงจากคัมภีร์ โหรานวนีติ โศลกที่ 18 ท่านได้กล่าวเอาไว้อย่างนี้ว่า...
“ถ้าหากเจ้าเรือนลัคนา (1)สถิตในวรโคตรมนวางศ์ (2) สถิตในนวางศ์อุจน์ (3) ในเรือนเกษตร หรือในตรียางค์คู่มิตร (4)ในศุภะนวางศ์ (5)ได้รับโยคจากดาวศุภเคราะห์ (6)สถิตย์ร่วมกับดาวศุภเคราะห์”
เจ้าชาตาจะมีความสุขตลอดจนอายุขัยของเจ้าชาตา
 (10)เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ์
อ้างอิงจากคัมภีร์ พฤหัต ยาวนะ ชาดก โศลกที่ 47 ท่านได้กล่าวเอาไว้อย่างนี้ว่า...
“ถ้าหากเจ้าชาตามีดาวเคราะห์ทั้ง 7 สถิตในวรโคตรมนวางศ์ เจ้าชาตาจะได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ”
(11)ดาวเคราะห์ต่างๆเสวยวรโคตมนวางศ์
(1)  ดาวอาทิตย์ เสวยวรโคตรมนวางศ์  เจ้าชาตาจะมีทรรศนคติเชิงปรัชญา เป็นคนธรรมะธรรมโม จิตใจมั่นคง มีฐานะดี สุขภาพดี มีฐานะตำแหน่ง เป็นคนมีเสน่ห์ มีความกระหายใคร่รู้ ใฝ่ศึกษา มีความพอใจในตนเอง มั่นใจตนเอง
(2)  ดาวจันทร์ เสวยวรโคตรมนวางศ์  เจ้าชาตาจะเป็นคนเฉลียวฉลาด ความจำดี มีจิตใจหนักแน่น ยุติธรรมไม่เอนเอียง และได้รับความสมปรารถนาในทุกอย่าง
(3)  ดาวอังคาร เสวยวรโคตรมนวางศ์  เจ้าชาตาจะชอบศึกษาโหราศาสตร์ เป็นคนกระฉับกระเฉงว่องไว มีคนสนับสนุน ช่วยเหลือ รู้จักแยกแยะเหตุผลในการใช้ชีวิต  
(4)  ดาวพุธ เสวยวรโคตรมนวางศ์  เจ้าชาตาจะเป็นคนเฉลียวฉลาดมาก มีความสามารถในการโน้มน้าวจิตใจคน ทำให้คนประทับใจ พูดจาอ่อนโยน ชอบที่จะศึกษาโหราศาสตร์
(5)  ดาวพฤหัส เสวยวรโคตรมนวางศ์  เจ้าชาตาจะเป็นคนฉลาด ร่างกายสมส่วน ชอบค้นหาความจริง เข้าถึงจิตใจผู้อื่นได้อย่างลึกซึ้ง มีความเห็นชอบตามทำนองคลองธรรม ภาคภูมิใจในตัวเอง
(6)  ดาวศุกร์เสวยวรโคตรมนวางศ์  เจ้าชาตาจะมีความสามารถเข้าใจและแยกแยะระหว่างข้อดีและข้อด้อยในปัญหาต่างๆ มีร่างกายสมส่วน มีความรู้ในโหราศาสตร์
(7)  ดาวเสาร์เสวยวรโคตรมนวางศ์  เจ้าชาตาจะมีอุปสรรคในพัฒนาการของร่างกาย มีอายุยืน มีความรอบคอบละเอียดถี่ถ้วน รู้จักควบคุมตนเองจากความอยาก เป็นคนเห็นแก่ตัว ขาดความรับผิดชอบ ไม่วิตกกังวล รู้จักหักห้ามใจ


(12) สมุทยะอัษฏกวรรค กับ วรโคตรมนวางศ์
โดยนำวิธีการของ โหราศาสตร์ระบบอัษฏกวรรค ว่าด้วยเรื่องจุดพินธุในดวงชาตา มาพิจาราณาปรับใช้กับวรโตมนวางศ์ โดยคัมภีร์ได้กล่าวเอาไว้ว่า ดาวเคราะห์วรโตม ใดก็ตามที่สถิตอยู่ในราศีต่างๆ หากมีจุดพินธุมากว่า 30 จุดหรือมากกว่า ก็จะนำผลดีสูงสุดมาสู่เรือนนั้น    (จุดพินธุมากแสดงถึงกำลังมาก)
(13) วรโตมนักษัตร
ในจำนวนฤกษ์ทั้งหมดมี 12 บาทฤกษ์ ที่เรียกว่า วรโคตรนักษัตร และมีจำนวนบาทฤกษ์จำนวน 6 บาทฤกษ์ที่สำคัญคือ 1.ปุนรวสุนักษัตร (บาทฤกษ์ที่ 3 และที่ 4) 2.จิตตรานักษัตร  (บาทฤกษ์ที่ 2 และที่ 3) 3.อุตราษาฒนักษัตร (บาทฤกษ์ที่ 1 และที่ 2) ซึ่งทั้ง 3 นักษัตรนี้มีกำลังมากที่สุด

ยินดีต้อนรับ

Astrodienst Banner