Monday, June 23, 2014

11. วัญจนโจรภีติโชค






เผยความลับในนวางศ์จักร ตอนที่ 7 ”ปุษการะนวางศ์” นวางศ์สำคัญที่คนไม่ค่อยรู้จัก





 คำว่า ปุษการะนวางศ์  पुष्कर नवांश   นักโหราศาสตร์ไทยมักจะไม่ค่อยได้รู้จัก จะรู้จักก็แต่ วรโคตรมนวางศ์ แต่สำหรับเรื่อง ปุษการะนวางศ์นี้ ใช้กันมากในโหราศาสตร์ภารตะ ซึ่งถือว่ามีความสำคัญมากกว่า วรโคตรมนวางศ์ เสียอีก เพราะปุษการะนวางศ์นี้จะให้พลังที่เป็นศุภผล สลายผลร้ายในดวงชาตา ส่วนมากจะนำมาใช้ในการวางฤกษ์ยาม เพื่อสลายผลร้ายในดวงฤกษ์

คำว่า पुष्कर  (ปุษการะ) แปลความว่า ดอกบัว หรือ บางทีก็แปลว่า พระอาทิตย์ แต่รวมความว่า เป็นสิ่งงดงาม เป็นมงคล และทรงพลัง  ในเรื่อง ปุษการะนวางศ์  นี้ปรากฏในคัมภีร์ วิทยะมหาวิทยัม (สรวตะสิทธิ) ในบรรพแรก  ซึ่งท่านได้ให้ความหมายของ”ปุษการะ” เอาไว้ในสองความหมาย คือ



 

1. पुष्कर भाग  ปุษการะ ภาคะ หมายถึงเฉพาะองศาที่กำหนด (เพียง 1 องศา) ในราศีจักรทั้ง 12 ราศี ซึ่งจุดนี้จะเรียกว่า “ปุษการะภาคะ” หรือ “ปุษการะอัมศะ” ซึ่งจะนำมาใช้ในการหาฤกษ์ยามมงคล หรือ มุหูรตะ หรือเพื่อหาตำแหน่งในการวางลัคนา เพื่อความมีพลังแห่งดวงฤกษ์ นอกจากนี้ยังนำมาพิจารณาของตำแหน่งดาวเคราะห์หรือลัคนาในพื้นดวงชาตา ที่เสวยองศาตรงกับ ปุษการะภาคะ ซึ่งถือว่าเป็นมงคลยิ่ง

โดยโศลกได้บรรยายเอาไว้ว่า...........

“ในองศาที่ 21 องศา ของราศีเมษ ,14 องศาของราศีพฤษภ, 24 องศาของราศีมิถุน, 7องศาของราศีกรกฏ, 21องศาของราศีสิงห์, 14 องศาของราศีกันย์, 24 องศาของราศีตุลย์, 7องศาของราศีพิจิก ,21 องศาราศีธนู,14องศาของราศีมังกร, 24องศาของราศีกุมภ์ และ 7 องศาของราศีมีน ทั้งหมดนี้เป็น ปุษการะอัมศะ ”

ซึ่งในจุดองศาต่างนี้ๆ ส่วนมากจะนำไปใช้ในการวางลัคนาในดวงฤกษ์เพื่อความเป็นศุภผล เรียกว่า ปุษการะ มุหูรตะ ซึ่งมีปรากฏข้อความในโศลกนี้ตรงกันในหลายคัมภีร์ เช่น คัมภีร์วิทยะมหาวิทยัม คัมภีร์กาลมิตระ และคัมภีร์ กาล-วิทนัม     

 

2. पुष्कर नवांश     ปุษการะ นวางศะ หมายถึง ขอบเขตของ(ปุษการะ)นวางศ์ คือภายใน 3 องศา 20 ลิปดา ซึ่งถือว่านวางศ์นี้เป็นนวางศ์มหามงคล ให้ศุภผลสูงสุด

โดยโศลกได้บรรยายเอาไว้ว่า...........

“ราศีเมษ ราศีสิงห์ ราศีธนู ปุษการะนวางศ์ คือ นวางศ์ลูกที่ 7 (ตุลย์) และนวางศ์ลูกที่ 9 (ธนู)  ,ในราศีพฤษภ ราศีกันย์ และราศีมังกร  ปุษการะนวางศ์ คือ  นวางศ์ลูกที่ 5 (พฤษภ) และนวางศ์ลูกที่ 3 (มีน) ,ในราศีมิถุน ราศีกุมภ์และราศีตุลย์ ปุษการะนวางศ์ คือ นวางศ์ลูกที่ 6 (มีน) และนวางศ์ลูกที่ 8 (พฤษภ) ,ในราศีกรกฏ ราศีพิจิก ราศีมีน ปุษการะนวางศ์ คือ นวางศ์ลูกที่ 1 (กรกฏ) และลูกที่ 3 (กันย์) “

อธิบาย..

1.ในราศีเมษ สิงห์ ธนู (ราศีตรีโกณธาตุไฟ) ทุกราศีจะมี ปุษการะนวางศ์ อยู่ 2 ลูกนวางศ์ คือ นวางศ์ลูกที่ 7 (ตุลย์)อยู่ระหว่างองศา 20-23.20 องศา และนวางศ์ลูกที่ 9 (ธนู)  อยู่ระหว่างองศา 26.40-30.00 องศา

2.ในราศีพฤษภ กันย์ มังกร (ราศีตรีโกณธาตุดิน) ทุกราศีจะมี ปุษการะนวางศ์ อยู่ 2 ลูกนวางศ์ คือ นวางศ์ลูกที่ 5 (พฤษภ)อยู่ระหว่างองศา 06.40-10.00 องศา และนวางศ์ลูกที่ 3 (มีน)อยู่ระหว่างองศา 13.20-16.40 องศา ***หากเป็นโหราศาสตร์ไทยบางส่วนจะตกอยู่ในตรียางค์พิษ

3.ในราศีมิถุน กุมภ์ ตุลย์ (ราศีตรีโกณธาตุลม) ทุกราศีจะมี ปุษการะนวางศ์ อยู่ 2 ลูกนวางศ์ คือ นวางศ์ลูกที่ 6 (มีน) อยู่ระหว่างองศา 16.40-20.00 องศา และนวางศ์ลูกที่ 8 (พฤษภ) อยู่ระหว่างองศา 23.20-26.40 องศา   ***หากเป็นโหราศาสตร์ไทยบางส่วนจะตกอยู่ในตรียางค์พิษ

4.ในราศีกรกฏ พิจิก มีน (ราศีตรีโกณธาตุน้ำ) ทุกราศีจะมี ปุษการะนวางศ์ อยู่ 2 ลูกนวางศ์ คือ นวางศ์ลูกที่ 1 (กรกฏ)อยู่ระหว่างองศา 00.00-03.20 องศา และลูกที่ 3 (กันย์)อยู่ระหว่างองศา 06.40-10.00 องศา             ***หากเป็นโหราศาสตร์ไทยบางส่วนจะตกอยู่ในตรียางค์พิษ

ผลของปุษการะ นวางศ์

จะเห็นได้ว่าในแต่ละราศีจะมี 2 ลูกนวางศ์ที่เป็น ปุษการะนวางศ์ หรือเท่ากับ 24 ปุษการะนวางศ์ในจักราศี ซึ่งทั้งหมดนี้จะตรงกับ ศุภนวางศ์ หรือ นวางศ์ที่ครองด้วยดาวศุภเคราะห์ ซึ่งปุษการะนวางศ์ทั้งหมดนี้จะให้ผลเป็นศุภผล (ผลดี) ใน มุหูรตะ (ฤกษ์ยาม) ,พื้นดวงชาตา ,ปรัศนกาลชาตา และสิ่งอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

และในจำนวน 24 ปุษการะนวางศ์นี้ มีจำนวน 2 ลูกนวางศ์ที่ตรงกับ วรโคตรมนวางศ์ คือ นวางศ์พฤษภในราศีพฤษภ (นวางศ์ลูกที่ 5) นวางศ์กรกฏในราศีกรกฏ (นวางศ์ลูกที่ 1) นวางศ์ธนูในราศีธนู(นวางศ์ลูกที่ 9)  ซึ่งนวางศ์ทั้งหมดนี้ให้ผลดีเป็นทวีคูณ

สำหรับ ปุษการะภาคะ (ภายในระยะ 1องศา) จะมีบางส่วนที่ตรงกับ ปุษการะนวางศ์ ดังนี้ คือ ปุษการะภาคะ 21 องศาในราศีเมษ , ปุษการะภาคะ 14 องศาในราศีพฤษภ ,ปุษการะภาคะ 24 องศาในราศีมิถุน ,ปุษการะภาคะ 7 องศาในราศีกรกฏ

ที่มาของ ปุษการะนวางศ์

สำหรับผู้ที่ศึกษาสายภารตะ จะพบว่าคัมภีร์มาตรฐานทางโหราศาสตร์ภารตะที่อ้างถึง ปุษการะนวางศ์ นี้มีน้อยมาก หรือแทบจะไม่พบเห็นเลยก็ว่าได้ แต่หลักวิชาของ ปุษการะนวางศ์นี้จะพบเห็นการอ้างถึงอยู่เสมอในหลักวิชาโหราศาสตร์ระบบนาฑิ  หรือในคัมภีร์ เทวะ เกลาลัม และ คัมภีร์จันทรา กาละ นาฑิ เป็นต้น ซึ่งในปัจจุบันถือว่า ปุษการะนวางศ์จากโหราศาสตร์นาฑินี้ ได้รับการยอมรับและใช้กันแพร่หลายโดยทั่วไปในหมู่โหราจารย์ชาวอินเดีย

ไม่ใช่ว่าเรื่องปุษการะนวางศ์นี้ เป็นของโหราศาสตร์ระบบนาฑิอย่างเดียวก็หาไม่ เพราะในคัมภีร์โหราศาสตร์มาตรฐาน อย่างเช่น คัมภีร์ปาริชาต ชาดก ก็มีการอ้างถึง ปุษการะนวางศ์ อยู่บ้าง เช่น   

การถือกำเนิดของราชา (คัมภีร์ปาริชาต ชาดก บรรพที่ 7 โศลกที่ 25)

“(1)เมื่อดาวพฤหัส ทำมุมร่วมเป็นโยคกับดาวอังคารและ ดาวจันทร์ ซึ่งสถิตในวรโคตรมนวางศ์ หรือ ปุษการะนวางศ์ ผู้นั้นจะเป็นราชา (2) หรือหากจันทร์เพ็ญโยคกับดาวศุภเคราะห์ซึ่งสถิตในเรือนที่ 10 ผู้ปกครองแผ่นดินจะถือกำเนิด”

อธิบาย ในโศลกนี้ท่านได้แสดงความเห็นว่า “ปุษการะนวางศ์” มีอิทธิพลเท่ากันกับ “วรโคตรมนวางศ์”

 

ดาวพฤหัส ใน ปุษการะนวางศ์

“ดาวพฤหัสสถิตในปุษการะนวางศ์ในเรือนเกณฑ์ (เรือนที่ 1,4,7,10) หรือ เรือน โกณ (เรือนที่ 5,9)จะส่งผลให้เจ้าชาตาเป็นคนร่ำรวยและมีโชคอยู่เสมอ แต่หากราศีของปุษการะนวางศ์ไปตรงกับราศีที่เป็นเรือนที่ 6 ที่ 8และที่ 12 หรือ ษัษฐอัมศะ อัษฐมางศะ และ วยายะอัมศะ  (กรุณาศึกษาจากเรื่อง ภว สุจกะ นวางศ์) เจ้าชาตาแม้จะร่ำรวยเงินทอง แต่สุขภาพจะอ่อนแอ และจะเศร้าโศกเสียใจจากการสูญเสียบุตรชาย”คัมภีร์เทวะ เกลาลัม โศลกที่ 77

อธิบาย..

1.ตัวอย่าง เช่น ในลัคนาราศีตุลย์ ดาวพฤหัสสถิตในราศีกรกฏ ซึ่งเป็นเรือนที่ 10 และเป็นอุจน์ และสถิตในนวางศ์กันย์(ปุษการะนวางศ์) ซึ่งราศีกันย์จะเป็นเรือนที่ 12 (วยายะอัมศะ-วินาศ)ในราศีจักร ดังนี้ ผลจะตรงกับโศลกข้างต้น

2.ตัวอย่าง เช่น ในลัคนาราศีตุลย์ ดาวพฤหัสสถิตในราศีมิถุน ซึ่งเป็นเรือนที่ 9 และสถิตในนวางศ์พฤษภ(ปุษการะนวางศ์) ซึ่งราศีพฤษภจะเป็นเรือนที่ 8 (อัษฐะอัมศะ หรือ นิธนะ-มรณะ)ในราศีจักร ดังนี้ ผลจะตรงกับโศลกข้างต้น

3.ตัวอย่าง เช่น ในลัคนาราศีตุลย์ ดาวพฤหัสสถิตในราศีตุลญ์ ซึ่งเป็นเรือนที่ 1(ลัคน์)  และสถิตในนวางศ์มีน(ปุษการะนวางศ์) ซึ่งราศีมีนจะเป็นเรือนที่ 6 (ษัษฐอัมศะ-อริ)ในราศีจักร ดังนี้ ผลจะตรงกับโศลกข้างต้น

 

ผลดี-ร้ายจะแสดงในอายุที่กำหนด

“จากโศลกข้างต้น (โศลก77) หากดาวพฤหัสสถิตในราศีเมษตรีโกณ (เช่น เมษ สิงห์ ธนู) หรือ ในราศีพฤษภตรีโกณ (เช่น มิถุน ตุลย์ กุมภ์) หรือ ราศีกรกฏตรีโกณ  (เช่น กรกฏ พิจิก มีน) ผลดีร้ายจะเกิดขึ้นเมื่อเจ้าชาตามีอายุ 21 ปี ,อายุ 14 ปี,อายุ 24 ปี หรือ 31 ปี ตามลำดับ”คัมภีร์เทวะ เกลาลัม โศลกที่ 2427

 

ดาวเคราะห์ทั้ง 7 ในปุษการนวางศ์

“จากดาวเคราะห์ทั้ง 7 นับเจากอาทิตย์ถึงเสาร์ หากสถิตในปุษการะนวางศ์จะส่งผมให้เจ้าชาตามีความสมบูรณ์ในทุกๆสิ่ง มีความสะดวกสบายในชีวิต ร่ำรวยมหาศาล มีชื่อเสียงมาก และมีความสุข...”คัมภีร์เทวะ เกลาลัม โศลกที่ 79

 

จามรโยคในปุษการนวางศ์

“ .หากดาวพฤหัสเป็นเจ้าเรือนที่ 10 สถิตในเรือนที่ 2 และเสวยปุษการะนวางศ์ และได้รับโยคจากดาวอังคาร กลายเป็น จามรโยค เจ้าชาตาจะประสบความสำเร็จเมื่ออายุเพียง 22 ปี..”คัมภีร์เทวะ เกลาลัม โศลกที่ 2699

สรุปในการอธิบายความเรื่อง ปุษการะนวางศ์ไว้แต่เพียงเท่านี้  ซึ่งนักโหราศาสตร์สามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อเติมร่วมกับ วรโคตรมนวางศ์ ซึ่งเราคุ้ยเคยกันดีอยู่แล้ว และจากหลักการนี้ จะช่วยให้นักโหราศาสตร์ได้มีเครื่องมือสำหรับการวินิจฉัยดวงชาตาเพิ่มเติมจากที่มีอยู่ ซึ่งจากประสบการณ์เราจะสามารถพบเห็นปุษการะนวางศ์ในดวงชาตาของคนมีชื่อเสียงและร่ำรวยมีทรัพย์สิน ซึ่งหากมีความเคระห์มากกว่า 1ดวงหรือลัคนาเสวยปุษการะนวางศ์ด้วย จะส่งผลให้ดวงเจ้าชาตามีความเข้มแข็งมากขึ้นเป็นเงาตามตัว

----------------------------------------------

Sunday, June 22, 2014

ความแตกต่างของ ตรียางค์นวางศ์พิษ ของไทยกับภารตะ




ในเรื่องตรียางค์ นวางศ์พิษใช้กันมากในโหราศาสตร์ไทย และฝอยพยากรณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่มาก เข้าใจว่ามาจากโหราศาสตรฮินดู-ภารตะ แต่เมื่อสอบทานกลับไปดูต้นตอ จะเห็นว่าในโหราศาสตร์ฮินดูกล่าวถึงในเรื่องนี้ไว้น้อยมาก จนแทบจะไม่มีโหราจารย์ฝ่ายฮินดูในประเทศอินเดียท่านไหนนำมาใช้เป็นหลักในการพยากรณ์เลย จะกล่าวถึงเรื่องนี้จริงๆก็มีแต่ในคัมภีร์มุหูรตะของฮินดู โดยท่านกล่าวถึงเวลาที่ไม่เป็นมงคลสำหรับวางลัคนาในดวงฤกษ์ซึ่งมีตำแหน่งคล้ายกันกับนวางศ์ลูกพิษในโหราศาสตรไทย แต่สำหรับตรียางค์พิษในโหราฮินดูจะไม่มี โดยท่านวางกฎของนวางศ์ให้โทษแบบฮินดูเอาไว้ดังนี้

ลัคน์ต้องห้าม (จากฎของมุหูรตะ-คัมภีร์ว่าด้วยการให้ฤกษ์)

1. นาคะ หากลัคน์อยู่ราศีเมษ พฤษภ ธนู กันย์ ให้งดเว้นเวลา 12 นาทีแรก (หรือประมาณ 1 ลูกนวางศ์) ในราศีดังกล่าว เพราะตกอยู่ภายใต้อิทธิพลร้ายของ นาค หรือ งู (ภุชงค)

-ซึ่งโหรไทยจะเรียกว่า พิษนาค แต่ของไทยจะไม่มีพิษนาคในราศีพฤษภ นอกนั้นตรงกันกับฮินดู

2. ราหู หากลัคน์อยู่ราศีมีน กรกฏ มังกร พิจิก ให้งดเว้นเวลา 12 นาทีสุดท้ายก่อนสุดราศี (หรือประมาณ 1 ลูกนวางศ์) ในราศีดังกล่าว เพราะตกอยู่ภายใต้อิทธิพลร้ายของ ราหู  

-ซึ่งโหรไทยจะเรียกว่า พิษสุนัข (ราหู-สุนัข) แต่ของไทยจะไม่มีพิษสุนัขในราศีมีน นอกนั้นตรงกันกับฮินดู

3. คฤธระ (นกแร้ง) หากลัคน์อยู่ราศีมิถุน ตุลย์ สิงห์ กุมภ์ ให้งดเว้นเวลา 12 นาทีท่ามกลางราศี (หรือประมาณ 1 ลูกนวางศ์) ในราศีดังกล่าว เพราะตกอยู่ภายใต้อิทธิพลร้ายของ คฤธระ (นกแร้ง)

-ซึ่งโหรไทยจะเรียกว่า พิษครุฑ   แต่ของไทยจะไม่มีพิษครุฑในราศีมิถุน นอกนั้นตรงกันกับฮินดู

จากหลักของโหราศาสตร์ฮินดู ดังกล่าวข้างต้นซึ่งจะไม่มีตรียางค์พิษเหมือนโหรไทย และการพยากรณ์ดวงชาตาเกี่ยวกับเรื่องนี้แทบจะไม่มีให้เห็น นอกจากจะเป็นการวางหลักในในเรื่องของการวางฤกษ์ยามเท่านั้น  ส่วนของไทยจะมีฝอยทำนายเรื่องนี้เอาไว้มากมาย โดยเฉาะเรื่องลัคนา หรือ ดาวเคราะห์ในดวงชาตาเกาะนวางศ์ลูกพิษต่างๆ ซึ่งล้วนแต่เป็นผลร้าย  แต่ผลของการพยากรณ์อาจจะต้องพิจารณาให้รอบคอบ เพราะทฤษฎีนี้มีความแตกต่างกันกับโหราศาสตร์ฮินดูซึ่งเป็นทฤษฎีแม่บท

และถ้าหากนำเรื่องการพิจารณา ตำแหน่งของ ปุษการะนวางศ์ และวรโคตรมนวางศ์ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ดีเป็นมงคล  มาเทียบกับตรียางค์พิษและนวางศ์พิษแบบไทย ผลจะขัดแย้งกันอยู่หลายตำแหน่ง  เพราะตำแหน่งเดียวกันบางทฤษฎีบ่งชี้ไปทางดี และบางทฤษฎีบ่งชี้ไปทางร้าย ซึ่งในกรณีดังกล่าวนี้ผู้ที่ศึกษาโหราศาสตร์จะต้องวินิจฉัยให้ดี  ตัวอย่างเช่น นวางศ์ที่ 7 ในราศีมังกรได้ตำแหน่งทั้ง พิษสุนัข (ร้าย)และ เป็นปุษการะนวางศ์ (ดี)ด้วย  หรือบางแห่งเช่น นวางศ์ลูกที่ 5 ในราศีสิงห์ ก็เป็นทั้งพิษครุฑ (ร้าย) คฤรธะโทษ(ร้าย) และ วรโคตรมนวางศ์(ดี) ในตำแหน่งเดียวกัน และนวางศ์ที่ 9 ในราศีธนูก็เป็นทั้งปุษการะนวางศ์ (ดี) และวรโคตรมนวางศ์ (ดี) พร้อมกันทั้งสองตำแหน่ง

ข้อแนะนำในการวินิจฉัย

ถ้าหากเรานำหลักของโหราศาสตร์ฮินดูภารตะ(อย่างเดียว)มาพิจารณาในเรื่อง นวางศ์ให้คุณและโทษนี้ จะไม่เกิดความสับสน เพราะในหลักของนวางศ์ให้โทษ(นวางศ์พิษ)นั้น ท่านใช้เฉพาะในการวางฤกษ์ยามเท่านั้น โดยจะไม่นำมาวินิจฉัยดวงชาตา ส่วนหลักของนวางศ์ให้คุณเช่น วรโคตรมนวางศ์ ปุษการะนวางศ์ ท่านใช้เฉพาะการวินิจฉัยดวงชาตาเท่านั้น  (ส่วนปุษการะนวางศ์อีกแบบหนึ่ง เรียกว่า ปุษการะภาคะ หรือ ปุษการะองศา ท่านนำมาใช้ได้ทั้งการวางฤกษ์และการวินิจัยดวงชาตา)


ราศี ตรียางค์ ลูกที่ นวางศ์ ดาว นวางศ์ให้โทษ นวางศ์ให้คุณ
          โหรไทย โหรภารตะ วรโคตมะ ปุษการะ
เมษ   ปฐมนวางค์ พิษนาค นาคะโทษ วรโคตมะ  
  ทุติยะนวางค์ พิษนาค      
    ตติยะนวางค์ พิษนาค      
    จตุตถะนวางค์        
  ปัญจมะนวางค์        
    ฉัฎฐมะนวางค์        
    สัตตมะนวางค์       ปุษการะ
  อัฎฐมะนวางค์        
    นวมะนวางค์       ปุษการะ
พฤษภ   ๑๐ ปฐมนวางค์   นาคะโทษ    
  ๑๑ ทุติยะนวางค์        
    ๑๒ ตติยะนวางค์       ปุษการะ
    ๑๓ จตุตถะนวางค์ พิษครุฑ      
  ๑๔ ปัญจมะนวางค์ พิษครุฑ   วรโคตมะ ปุษการะ
    ๑๕ ฉัฎฐมะนวางค์ พิษครุฑ      
    ๑๖ สัตตมะนวางค์        
  ๑๗ อัฎฐมะนวางค์        
    ๑๘ นวมะนวางค์        
มิถุน   ๑๙ ปฐมนวางค์        
  ๒๐ ทุติยะนวางค์        
    ๒๑ ตติยะนวางค์        
    ๒๒ จตุตถะนวางค์        
  ๒๓ ปัญจมะนวางค์   คฤธระโทษ    
    ๒๔ ฉัฎฐมะนวางค์       ปุษการะ
    ๒๕ สัตตมะนวางค์ พิษสุนัข      
  ๒๖ อัฎฐมะนวางค์ พิษสุนัข     ปุษการะ
    ๒๗ นวมะนวางค์ พิษสุนัข   วรโคตมะ  
กรกฏ   ๒๘ ปฐมนวางค์     วรโคตมะ ปุษการะ
  ๒๙ ทุติยะนวางค์        
    ๓๐ ตติยะนวางค์       ปุษการะ
    ๓๑ จตุตถะนวางค์        
  ๓๒ ปัญจมะนวางค์        
    ๓๓ ฉัฎฐมะนวางค์        
    ๓๔ สัตตมะนวางค์ พิษสุนัข      
  ๓๕ อัฎฐมะนวางค์ พิษสุนัข      
    ๓๖ นวมะนวางค์ พิษสุนัข ราหูโทษ    
สิงห์   ๓๗ ปฐมนวางค์        
  ๓๘ ทุติยะนวางค์        
    ๓๙ ตติยะนวางค์        
    ๔๐ จตุตถะนวางค์ พิษครุฑ      
  ๔๑ ปัญจมะนวางค์ พิษครุฑ คฤธระโทษ วรโคตมะ  
    ๔๒ ฉัฎฐมะนวางค์ พิษครุฑ      
    ๔๓ สัตตมะนวางค์       ปุษการะ
  ๔๔ อัฎฐมะนวางค์        
    ๔๕ นวมะนวางค์       ปุษการะ
กันย์   ๔๖ ปฐมนวางค์ พิษนาค นาคะโทษ    
  ๔๗ ทุติยะนวางค์ พิษนาค      
    ๔๘ ตติยะนวางค์ พิษนาค     ปุษการะ
    ๔๙ จตุตถะนวางค์        
  ๕๐ ปัญจมะนวางค์       ปุษการะ
    ๕๑ ฉัฎฐมะนวางค์        
    ๕๒ สัตตมะนวางค์        
  ๕๓ อัฎฐมะนวางค์        
    ๕๔ นวมะนวางค์     วรโคตมะ  
ตุลย์   ๕๕ ปฐมนวางค์     วรโคตมะ  
  ๕๖ ทุติยะนวางค์        
    ๕๗ ตติยะนวางค์        
    ๕๘ จตุตถะนวางค์ พิษครุฑ      
  ๕๙ ปัญจมะนวางค์ พิษครุฑ คฤธระโทษ    
    ๖๐ ฉัฎฐมะนวางค์ พิษครุฑ     ปุษการะ
    ๖๑ สัตตมะนวางค์        
  ๖๒ อัฎฐมะนวางค์       ปุษการะ
    ๖๓ นวมะนวางค์        
พิจิก   ๖๔ ปฐมนวางค์       ปุษการะ
  ๖๕ ทุติยะนวางค์        
    ๖๖ ตติยะนวางค์       ปุษการะ
    ๖๗ จตุตถะนวางค์        
  ๖๘ ปัญจมะนวางค์     วรโคตมะ  
    ๖๙ ฉัฎฐมะนวางค์        
    ๗๐ สัตตมะนวางค์ พิษสุนัข      
  ๗๑ อัฎฐมะนวางค์ พิษสุนัข      
    ๗๒ นวมะนวางค์ พิษสุนัข ราหูโทษ    
ธนู   ๗๓ ปฐมนวางค์ พิษนาค นาคะโทษ    
  ๗๔ ทุติยะนวางค์ พิษนาค      
    ๗๕ ตติยะนวางค์ พิษนาค      
    ๗๖ จตุตถะนวางค์        
  ๗๗ ปัญจมะนวางค์        
    ๗๘ ฉัฎฐมะนวางค์        
    ๗๙ สัตตมะนวางค์       ปุษการะ
  ๘๐ อัฎฐมะนวางค์        
    ๘๑ นวมะนวางค์     วรโคตมะ ปุษการะ
มังกร   ๘๒ ปฐมนวางค์     วรโคตมะ  
  ๘๓ ทุติยะนวางค์        
    ๘๔ ตติยะนวางค์        
    ๘๕ จตุตถะนวางค์        
  ๘๖ ปัญจมะนวางค์       ปุษการะ
    ๘๗ ฉัฎฐมะนวางค์        
    ๘๘ สัตตมะนวางค์ พิษสุนัข     ปุษการะ
  ๘๙ อัฎฐมะนวางค์ พิษสุนัข      
    ๙๐ นวมะนวางค์ พิษสุนัข ราหูโทษ    
กุมภ์   ๙๑ ปฐมนวางค์        
  ๙๒ ทุติยะนวางค์        
    ๙๓ ตติยะนวางค์        
    ๙๔ จตุตถะนวางค์ พิษครุฑ      
  ๙๕ ปัญจมะนวางค์ พิษครุฑ คฤธระโทษ วรโคตมะ  
    ๙๖ ฉัฎฐมะนวางค์ พิษครุฑ     ปุษการะ
    ๙๗ สัตตมะนวางค์        
  ๙๘ อัฎฐมะนวางค์       ปุษการะ
    ๙๙ นวมะนวางค์        
มีน   ๑๐๐ ปฐมนวางค์ พิษนาค     ปุษการะ
  ๑๐๑ ทุติยะนวางค์ พิษนาค      
    ๑๐๒ ตติยะนวางค์ พิษนาค     ปุษการะ
    ๑๐๓ จตุตถะนวางค์        
  ๑๐๔ ปัญจมะนวางค์        
    ๑๐๕ ฉัฎฐมะนวางค์        
    ๑๐๖ สัตตมะนวางค์        
  ๑๐๗ อัฎฐมะนวางค์        
    ๑๐๘ นวมะนวางค์   ราหูโทษ วรโคตมะ  

 


ยินดีต้อนรับ

Astrodienst Banner