Thursday, August 20, 2009

อุปกรณ์ประหยัดน้ำมัน อ่านก่อนที่จะเสียค่าโง่

 
ผยแพร่ครั้งแรกที่ ประชาไท และ ThaiEnews


รายงานพิเศษ: 'หว้ากอ' ผ่าแท่งประหยัดน้ำมัน เจอแค่วงจรไฟ LED - ผู้จำหน่ายขู่ฟ้อง

กานต์ ทัศนภักดิ์: เรียบเรียง

เมื่อเวลา 2.32 น. ของวันที่ 12 ส.ค. 52  สมาชิกนามแฝง 'ปลากวน' ได้ตั้งกระทู้ 'ผลการผ่าพิสูจน์ 'NP Faster''  ขึ้นที่กระดานข่าว pantip โต๊ะหว้ากอ ห้องวิศวกรรมและเทคโนโลยี  เปิดเผยข้อมูลและภาพถ่ายจากการผ่าพิสูจน์ 'NP Faster' อุปกรณ์ที่ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอ้างว่าช่วยให้รถประหยัดน้ำมันได้ 10-30%  ใช้งานด้วยการเสียบเข้ากับช่องจุดบุหรี่ในรถยนต์ โดยอ้างการรับรองผลิตภัณฑ์และการทดสอบจาก 2 มหาวิทยาลัยในจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งราคาจำหน่ายอันละ 1,500-2,500 บาท  แต่เมื่อเปิดดูภายในกลับพบเพียงวงจรต่อไฟ LED ราคาไม่ถึงร้อยบาท จึงเร่งกระจายข่าวเตือนผู้บริโภค พร้อมส่งอีเมลร้องเรียนสคบ. และล่าสุดเปิดกระทู้แนะแนวเจ้าทุกข์เข้าแจ้งความฐานหลอกลวงแล้ว  ส่วนเจ้าของสินค้ายังยืนยันตั้งแต่จำหน่ายมาไม่มีปัญหากับลูกค้า เมื่อซื้อไปแล้วไม่มีสักรายเดียวที่นำมาคืน ส่วนการข้อสงสัยและโจมตีสินค้าของตนนั้น จะได้ปรึกษาผู้ใหญ่รวมทั้งอาจารย์ที่ให้การรับรองว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป  

ทั้งนี้ ในวันที่ 12 ส.ค. 52 ได้มีผู้อ้างตัวเป็นบริษัทจำหน่ายสินค้าดังกล่าว โพสต์ข้อความในกระทู้ 'ผลการผ่าพิสูจน์ 'NP Faster'' ท้าให้ทดสอบใช้งาน พร้อมระบุหากได้ผล ผู้ที่ผ่าพิสูจน์และโพสต์วิจารณ์รวม 55 คน ต้องรับผิดชอบแพ่งและอาญา  ขณะที่ผู้อ่านกระทู้ส่วนหนึ่งกล่าวว่า หากทางฝ่ายเจ้าของสินค้าหรือผู้รับรองสามารถอธิบายและตอบคำถามเกี่ยวกับการทำงานของอุปกรณ์ดังกล่าวได้ตามหลักวิทยาศาสตร์ ก็ยินดีที่จะรับฟัง
 

(ภาพโดย คุณ 'ปลากวน' )

 
 

ข้องใจหลักการ - เจ้าของท้าทดสอบ เหตุ 'หว้ากอ' ระดมทุนซื้อผ่า
สำหรับที่มาของการผ่าพิสูจน์ดังกล่าว มีเหตุมาจากในช่วงกลางเดือนก.ค. - ต้นเดือนส.ค. ที่ผ่านมา  ในโต๊ะหว้ากอของกระดานข่าว pantip ได้มีผู้ตั้งกระทู้และโพสต์วิพากษ์วิจารณ์อุปกรณ์ประหยัดน้ำมันชนิดเสียบกับช่องจุดบุหรี่หลายยี่ห้อ ที่โฆษณาและจำหน่ายทางอินเตอร์เนตอยู่ในขณะนี้ อย่างหนาตา  โดยสมาชิกหลายคนระบุว่าตามหลักการแล้วไม่น่าทำได้จริง  ก่อนที่จะมีผู้อ้างตนเป็นเจ้าของสินค้ารายหนึ่งเข้ามาตอบโต้และท้าให้มีการพิสูจน์ด้วยการใช้งานจริงบนถนน แต่ห้ามผ่าดูวงจรภายใน โดยอ้างกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา จนทำให้เกิดการระดมทุนซื้ออุปกรณ์ดังกล่าวมาผ่าพิสูจน์


เหลือเชื่อ ก่อสนามแม่เหล็กหักล้างแรงดึงดูดโลก ทำได้จริงไม่พ้นโนเบล
การตั้งข้อสงสัยส่วนใหญ่มุ่งไปที่หลักการทำงานของอุปกรณ์ ที่ผู้ผลิตสินค้าภายใต้ชื่อยี่ห้อ NP Faster ระบุว่า สามารถทำให้เกิดสนามแม่เหล็ก ซึ่งจะส่งพลังไปหักล้างกับแรงดึงดูดของโลก ส่งผลให้รถเบากว่าปกติ และยังทำให้เกิด "โพรงอากาศ" ด้านหน้ารถ ทำให้แรงลมต้านลดลง ซึ่งจะช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานน้อยลง เมื่อบวกกับการที่รถเบาลงดังกล่าว ก็จะส่งผลให้อัตราการสิ้นเปลืองลดลง และสามารถประหยัดน้ำมันได้ประมาณ 10 - 30% นั้น ก็ยิ่งไม่น่าเป็นไปได้ โดยผู้โพสต์บางรายระบุด้วยว่า หากทำได้ตามหลักการดังกล่าวจริงย่อมเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดา และผู้คิดค้นควรจะได้รับรางวัลโนเบล  


อ้างอาจารย์ 2 ม.ทดสอบและรับรอง
นอกจากนี้ การวิพากษ์วิจารณ์ยังรวมไปถึงการทดสอบและออกใบรับรอง โดยผู้โพสต์วิจารณ์วิธีการทดสอบว่าไม่ได้มาตรฐาน  ทั้งนี้ ทาง NP Faster ได้อ้างว่า ผลิตภัณฑ์ของตนได้รับการทดสอบและรับรองจาก 2 มหาวิทยาลัยในจ.เชียงใหม่ โดยมีการแสดงภาพถ่ายใบรับรองทั้งคุณภาพและการทดสอบไว้ในเวบไซต์ พร้อมด้วยตราของมหาวิทยาลัยที่รับรอง  อีกทั้งยังมีคลิปการให้สัมภาษณ์ความเห็นเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ของผศ.ด้านวิศวกรรมผู้หนึ่ง จากมหาวิทยาลัยด้านเทคโนโลยีในจ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ลงนามรับรอง แสดงไว้ในเวบไซต์ด้วย


'NP Faster.com' โผล่ตั้งกระทู้ท้าพิสูจน์ อ้างชื่อลูกค้า
เมื่อเวลา 01.06 น. ของวันที่ 1 ส.ค. 52  ได้มีผู้ใช้บัตรผ่านนามแฝง 'NPFASTER.COM' อ้างตัวเป็นเจ้าของสินค้ายี่ห้อ NP Faster ซึ่งมีสำนักงานตั้งอยู่ที่จ.เชียงใหม่ และเป็นเจ้าของเวบไซต์ www.npfaster.com  เข้ามาตั้งกระทู้ 'NPFaster.com เชิญมาพิสูจน์ หาความจริง อุปกรณ์ประหยัดน้ำมัน' โต้ตอบกับผู้ที่ตั้งข้อสงสัย  โดยระบุว่า หากสินค้าของตนไม่มีคุณภาพ ก็คงไม่ได้รับการรับรองจาก 2 มหาวิทยาลัย ไม่มีคนซื้อไปเป็นจำวนมาก และถูกผลิตเลียนแบบถึง 4 ยี่ห้อดังที่เป็นอยู่   โดยได้อ้างชื่อ ตำแหน่งทางวิชาการ และหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ที่ออกใบรับรอง  อีกทั้งยังเปิดเผยชื่อ ตำแหน่ง และประวัติการศึกษาของลูกค้า 2 ราย ที่ยอมรับว่าอุปกรณ์ดังกล่าวใช้ได้ผลจริง  นอกจากนี้ยังท้าให้มีการพิสูจน์ โดยให้ผู้ที่สงสัยเดินทางไปที่บริษัทในจ.เชียงใหม่ หรือโทรศัพท์เข้าไปเพื่อขอรับอุปกรณ์ไปทดสอบฟรีเป็นเวลา 7 วัน    แต่ต่อมาได้ระบุว่าตนขอสงวนสิทธิ์ในการเลือกผู้ที่จะพิสูจน์ และขอเงินมัดจำสินค้า 1,500 บาท

แต่เมื่อถูกตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับหลักการทำงานของอุปกรณ์ดังกล่าว 'NPFASTER.COM' กลับไม่สามารถโต้แย้งได้ชัดเจน นอกจากอ้างข้อมูลที่อยู่บนเวบไซต์ของสินค้า  ก่อนจะบอกว่า "NP Faster ไม่ต้องการจะโต้แย้งทางทฤษฏีกับทุกท่าน” และตนเป็นเพียง "ฝ่าย sale & marketing จึงไม่จำเป็นต้องไปเรียนกลศาสตร์"

 
วิ่งบนถนนเท่านั้น ห้ามผ่าดู งัดกม.ขู่
กระทู้ดังกล่าวร้อนแรงยิ่งขึ้น เมื่อมีผู้แสดงความสนใจขอรับอุปกรณ์ดังกล่าวไปทดสอบ และบางรายที่พักอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ก็ได้โพสต์นัดหมายกันไปขอมาแกะดูวงจรภายใน  แต่ 'NPFASTER.COM' ได้มาโพสต์กติกาเพิ่มอีกว่า ห้ามผ่าดูวงจรด้านใน  โดยอ้างว่าที่ผ่านมามีผู้นำไปเปิดดูและผลิตลอกเลียนเป็นจำนวนมาก หรือหากจะทำก็ขอเป็นขั้นตอนสุดท้าย "หลังจากที่มีการพิสูจน์ ทดสอบ ทดลอง มีการรับรองผลที่น่าเชื่อถือได้" โดยระบุในกระทู้เดียวกันด้วยว่า ในเมื่อ NP Faster ได้รับการรับรองจากมหาวิทยาลัย ดังนั้นผลการพิสูจน์โต้แย้งก็ควร "ได้รับการรับรองผลจากผู้ที่มีความน่าเชื่อถือมากกว่ามหาวิทยาลัย"

'NPFASTER.COM' ยังระบุด้วยว่า ผู้ที่เปิดดูวงจรภายในและนำมาเปิดเผยในที่สาธารณะ จะต้องรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น และถ้าหากไม่อยากถูกฟ้องร้องดำเนินคดีตามกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา ให้โทรศัพท์ไปคุยกับทนายความของตนก่อน


ข้องใจทำไมไม่ให้เปิด ลงขันซื้อผ่า
เมื่อเวลา 18.22 น. ของวันที่ 2 ส.ค. 52 สมาชิกนามแฝง 'ปลากวน' ได้เสนอให้ผู้ที่สนใจดูวงจรภายในอุปกรณ์ดังกล่าวรวบรวมเงินซื้อ โดยตนอาสาที่จะเป็นผู้ผ่า ถ่ายภาพ และวิเคราะห์วงจรให้ทุกคนดู ซึ่งได้รับความสนใจและตอบรับเป็นจำนวนมาก และต่อมาได้มีการไปตั้งกระทู้ใหม่เพื่อรวมรวมเงินโดยเฉพาะ


เจ้าของแล็บเสนอวัดค่าสนามแม่เหล็ก
เมื่อเวลา 14.27 น. ของวันที่ 8 ส.ค. 52   สมาชิกนามแฝง 'NaCl' ได้โพสต์ข้อความที่ 337 ในกระทู้เดียวกันนี้ ยื่นเสนอให้ใช้ห้องทดลอง (LAB) ที่บริษัทและที่บ้านของตนซึ่งมีเครื่องมือพร้อม ดำเนินการทดสอบตรวจวัดค่าสนามแม่เหล็ก โดยให้สัญญาว่าจะไม่เปิดดูวงจรภายใน  

ส่วนการทดลองว่าทำให้อัตราเร่งของรถดีขึ้นหรือไม่นั้น  'NaCl' ระบุว่า ตนจะไม่ใช้ความรู้สึกวัด แต่จะทดลองกับอัตราเร่งรถจริงๆ โดยจะวัดน้ำหนักรถก่อนทดลอง ติดเซนเซอร์อัตราเร่งไว้ที่รถ ก่อนที่จะนำไปเร่งความเร็วจาก 0 - 100 กม./ชม. ซึ่งความเร่งจะถูกวัดเพื่อนำมาวิเคราะห์

สำหรับการทดสอบวิ่งทางราบนั้นจะไม่วิ่งบนถนน แต่จะวิ่งบนทางที่จัดไว้ เป็นวงกลมรัศมี 100 เมตร วนไปเรื่อยๆ ด้วยความเร็วคงที่ตลอด และรักษาอัตราเร่งให้คงที่ทุกครั้งของการทดลอง คือคนขับจะต้องเร่งให้เท่าเดิมทุกครั้ง โดยจะมีการมอนิเตอร์อัตราเร่งและนำกราฟมาเปรียบเทียบกับการทดลองครั้งต่อๆ ไป  หากพบว่ามีการเร่งต่างกันมากเกิน 3% การทดลองครั้งนั้นต้องทำใหม่ทันที  รวมทั้งจะมีการวัดความเร็วลมขณะทดลอง ซึ่งหากมีลมส่งท้ายหรือลมต้านต่างกันเกิน 3% การทดลองครั้งนั้นต้องทำใหม่ทันทีเช่นกัน

ทั้งนี้ 'NaCl' ระบุว่า  หากอุปกรณ์ดังกล่าวผ่านการทดสอบเหล่านี้ทางตนยินดีโฆษณาให้  แต่ถ้าไม่ผ่าน ทางเจ้าของผลิตภัณฑ์ต้องจ่ายค่าเครื่องมือ อุปกรณ์ น้ำมัน และค่าเสื่อมราคารถ  โดยทางตนยินดีจะจ่ายค่าอุปกรณ์ประหยัดน้ำมันที่นำมาใช้ แต่จะดำเนินการฟ้องสคบ.และศาล เพื่อดำเนินคดีต่อผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในข้อหาหลอกลวง


ปัดแล็บ - สนใจผล 'ใช้งานจริง' เท่านั้น
หลังการเสนอของ 'NaCl' เกี่ยวกับการวัดค่าสนามแม่เหล็กและการวิ่งทดสอบโดยติดเซนเซอร์และควบคุมตัวแปรดังกล่าว ‘NPFASTER.COM’ ได้เข้ามาตอบว่า ยินดีให้ทดสอบ แต่ "เราไม่รับรองผลว่าจะเป็นอย่างไร เพราะเราไม่เคยทดสอบ สิ่งที่เรารับรองคือ ประหยัดน้ำมันจริง ด้วยการใช้งานจริง" และทางบริษัท "ยังไม่มีนโยบายที่จะจ่ายค่าเสียเวลาการทดสอบให้" ก่อนจะทิ้งท้ายว่าหากต้องการฟ้องร้องก็เป็นสิทธิ์ที่จะทำได้

โดยในโพสต์เดียวกันนี้ 'NPFASTER.COM' ยังระบุด้วยว่า อุปกรณ์บางชิ้นของตนนำเข้าจากประเทศเยอรมนี

 
ตะลึง! ผ่าเจอวงจรไฟ LED
กรณีนี้ได้ทวีความร้อนแรงอีกครั้ง และแพร่กระจายไปยังเวบไซต์อื่นๆ อย่างรวดเร็ว หลังจากที่สมาชิกนามแฝง 'ปลากวน' ได้ตั้งกระทู้ 'ผลการผ่าพิสูจน์ NP Faster' ขึ้น เมื่อเวลา 2.32 น. ของวันที่ 12 ส.ค. 52  โดยผลจากการผ่าพิสูจน์พบว่า นอกจากภายในอุปกรณ์ดังกล่าว จะไม่มีสิ่งที่บ่งชี้ว่าสามารถทำให้เกิดสนามแม่เหล็กขนาดใหญ่ เกิดการต้านแรงดึงดูดของโลก รวมทั้งสร้างโพรงอากาศตามที่ทางเจ้าของสินค้ากล่าวอ้างแล้ว  ยังไม่พบแผงไอซี หรือวงจรซับซ้อนใดๆ มีเพียงสายไฟ 4 เส้น หลอดไฟ สปริง และอุปกรณ์เชื่อมต่อวงจรไฟฟ้าขนาดเล็ก  โดยอุปกรณ์และวงจรดังกล่าว เพียงทำหน้าที่รับและแปลงกระแสไฟฟ้าจากช่องจุดบุหรี่ไปยังหลอดไฟ LED ให้เกิดแสงสว่างเท่านั้น

กระทู้ดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมาก  โดยในวันแรกได้มีผู้แสดงความเห็นถึง 333 โพสต์ และกลายเป็น 678 โพสต์ในวันต่อมา  ส่วนใหญ่เป็นการโพสต์แสดงความไม่พอใจและต่อว่าเจ้าของสินค้า ว่าเจตนาหลอกลวง นำสิ่งที่มีไม่มีประโยชน์และต้นทุนไม่ถึงหนึ่งร้อยบาทมาขายให้แก่ผู้บริโภคในราคาแพง


กระจายข่าวเตือน ตามหาเจ้าทุกข์ แนะวิธีแจ้งความ
ควบคู่ไปกับการต่อว่าและวิพากษ์วิจารณ์ สมาชิกส่วนหนึ่งได้เสนอให้แจ้งข้อมูลการผ่าพิสูจน์นี้ไปยังผู้ที่ซื้อสินค้าดังกล่าวไปใช้ เพื่อให้ดำเนินการเข้าแจ้งความ พร้อมทั้งเรียกร้องให้ช่วยกันกระจายข่าวออกไปเพื่อเตือนผู้บริโภค

โดยสมาชิกนามแฝง 'สายลับ>>>มีด' ได้จัดพิมพ์ชื่อและที่อยู่ลูกค้าซึ่งแสดงอยู่ใน www.npfaster.com เพื่อส่งข้อมูลการผ่าพิสูจน์ให้ทางไปรษณีย์ แม้จะไม่สามารถส่งให้ได้ทั่วถึง เพราะสินค้าดังกล่าวได้จำหน่ายแบบขายตรงรวมทั้งมีตัวแทนจำหน่ายอยู่ในเวบไซต์อื่นๆ ที่ไม่ได้เปิดเผยรายชื่อลูกค้าด้วย

ด้านสมาชิกนามแฝง 'asiam' ซึ่งระบุว่ายินดีให้ความช่วยเหลือและแนะนำแนวทางการร้องเรียนและแจ้งความดำเนินคดี  ได้เปิดกระทู้ 'แนวทางการแจ้งความ และร้องเรียน สำหรับผู้ที่ซื้อสินค้า NP Faster ไปแล้วครับ' ขึ้น เพื่อให้ข้อมูลด้านกฎหมาย รวมถึงวิธีการแจ้งความและร้องเรียน  โดยผู้ที่ซื้อสินค้าดังกล่าวไปและต้องการดำเนินคดีกับผู้ผลิต-จำหน่าย สามารถโพสต์ขอคำแนะนำ หรือส่งอีเมลถึง 'asiam' ได้ที่
pradoo2362@hotmail.com


ท้าทดสอบอีก แถมขู่ฟ้อง 55 คน
ต่อมาเมื่อเวลา 23.46 น. ของวันที่ 12 ส.ค. 52  ที่กระทู้ 'ผลการผ่าพิสูจน์ฯ'  ได้มีผู้ใช้บัตรผ่านนามแฝง 'Mr.BIO' ซึ่งอ้างว่า โพสต์ในนามของบริษัท ไบโอติก รีซอร์สเซส จำกัด ทะเบียนเลขที่ 0575552000370 ผู้จำหน่าย NP Faster  เข้ามาโพสต์ประกาศถึงผู้ใช้โต๊ะหว้ากอ โดยระบุนามแฝงจำนวน 55 คน ซึ่งรวมถึง 'ปลากวน' ผู้ผ่าพิสูจน์อุปกรณ์

ประกาศดังกล่าวระบุว่า  ทาง บริษัท ไบโอติก รีซอร์สเซส จำกัด ขอเสนอแนวทาง "เพื่อยุติทุกประเด็น"  โดยการจัดหาสนามทดสอบประสิทธิภาพอุปกรณ์ดังกล่าว และจะเชิญผู้เชี่ยวชาญ ผู้เกี่ยวข้อง ผู้สื่อข่าวสื่อสารมวลชน รวมทั้งทุกคนที่ต้องการทราบผลลัพธ์ของการทดสอบ โดยให้ผู้ที่สนใจเข้าร่วมชมส่งชื่อที่อยู่ไปที่
bioticresources@hotmail.com เพื่อให้ทางบริษัทส่งหนังสือเชิญเป็นลายลักษณ์อักษร

'Mr.BIO' ระบุด้วยว่า "ผลลัพธ์จะชี้ผลไปทางใดก็ตาม ต้องมีผู้รับผิดต่อการกระทำนั้นๆอย่างแน่นอน"  ซึ่งหากผลออกมาว่า NP Faster สามารถช่วยประหยัดเชื้อเพลิงได้จริง เจ้าของนามแฝงทั้งหมดที่ตนระบุมาจะต้องร่วมกันรับผิดชอบทั้งในคดีอาญาและคดีแพ่ง เนื่องจากกล่าวหา ละเมิดสิทธิ์บุคคลอื่นทำให้เกิดความเสียหายต่อสาธารณชน  ซึ่งหลังจากประกาศดังกล่าว บรรดาเจ้าของนามแฝงที่ถูกระบุได้ทยอยกันเข้ามาตอบรับว่า พร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย


เสียงแตก - จำเป็นต้องทดสอบ?
สำหรับประเด็นที่ 'Mr.BIO' เสนอให้มีการทดสอบนั้น ได้มีผู้แสดงความเห็นออกเป็น 2 ทางใหญ่ๆ คือ ฝ่ายหนึ่งเห็นว่าในเมื่อชัดเจนแล้วว่าอุปกรณ์ภายในเป็นเพียงวงจรง่ายๆ ที่ไม่มีทางก่อผลตามที่โฆษณาไว้ ก็ไม่ควรจะเสียเวลาและทรัพยากรไปทดสอบ อีกทั้งยังไม่เชื่อถือการจัดทดสอบของบริษัทว่าจะรัดกุมและได้มาตรฐานหรือไม่  ขณะที่อีกฝ่ายเห็นว่า แม้จะชัดเจนแล้วว่าวงจรนั้นไม่มีทางก่อผลตามที่โฆษณาได้ แต่ก็เบื่อหน่ายการอ้างไม่รู้จบของเจ้าของสินค้าและผู้จำหน่าย ที่ว่าเป็นการกล่าวหาโดยไม่มีการทดสอบ จึงรับคำท้าเพื่อให้เรื่องยุติโดยเร็วและได้ตัวผู้รับผิดชอบ โดยมีข้อแม้ให้การทดสอบทำอย่างมีมาตรฐาน และเปิดเผย

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีผู้โพสต์เปิดเผยว่าได้แจ้งชื่อที่อยู่ไปทางอีเมลดังกล่าวแล้ว แต่ส่วนใหญ่ของผู้ที่รับคำท้าทดสอบยืนยันว่า ทางบริษัทควรจะประกาศวันเวลาและสถานที่ทดสอบโดยเปิดเผยเพื่อให้ผู้สนใจเดินทางไปชม  พร้อมทั้งได้วิจารณ์ถึงเจตนาในการขอชื่อที่อยู่ว่า อาจทำให้บางคนรู้สึกไม่ปลอดภัย โดยเฉพาะผู้ที่มีส่วนร่วมโดยตรงต่อการผ่าพิสูจน์อุปกรณ์


ลิขสิทธิ์-สิทธิบัตรอลเวง จนท.ยันแค่ 'เลขคำขอ'
อีกประเด็นหนึ่งของกรณีนี้ ที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากคือ การอ้างสิทธิบัตรของ NP Faster  โดยในตอนแรก NP Faster ระบุในหน้าเวบไซต์ของตนว่า มีการจด 'ลิขสิทธิ์' แล้ว พร้อมทั้งแสดงเลขทะเบียนลิขสิทธิ์ดังกล่าว  แต่หลังจากที่หลายคนได้โพสต์ทักท้วงในโต๊ะหว้ากอว่า ลิขสิทธิ์นั้นใช้กับผลงานประเภทวรรณกรรม งานศิลปะ หรือซอฟต์แวร์ สำหรับอุปกรณ์ในลักษณะนี้ต้องจดสิทธิบัตร ข้อมูลในเวบไซต์ของ NP Faster ก็ได้เปลี่ยนไปใช้คำว่าสิทธิบัตรแทน โดยตัวเลขทะเบียนยังคงเดิม คือ 0701002548

ภายหลังการผ่าพิสูจน์  สมาชิกนามแฝง 'Napoleonic' ได้โทรศัพท์ไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ (02-257-4717) เพื่อตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิบัตรเลขทะเบียน 0701002548 แต่ได้รับคำตอบจากเจ้าหน้าที่ว่า เลขดังกล่าวเป็นเพียง 'เลขคำขอ' เท่านั้น โดยเลขทะเบียนสิทธิบัตรจริงๆ จะมีเพียง 5-6 หลัก

ซึ่งหลังการโพสต์ข้อมูลดังกล่าวของ 'Napoleonic' ไม่นาน ได้มีสมาชิกเข้ามาโพสต์แจ้งว่า ที่หน้าเวบ
http://www.npfaster.com  ได้แก้ไขข้อมูลเป็น "จดสิทธิบัตรแล้ว ทะเบียน[/u]คำขอ[/u]จดสิทธิบัตรเลขที่ 0701002548"  (เน้นโดยผู้เรียบเรียง)

อย่างไรก็ตาม  เกี่ยวกับประเด็นนี้  'ปลากวน' ได้แสดงความเห็นไว้ก่อนหน้าการผ่าพิสูจน์ว่า แม้ในกรณีที่ผลงานผ่านการรับรองจนได้รับสิทธิบัตรจริงก็ตาม หากพิสูจน์ภายหลังได้ว่าไม่เป็นไปตามเงื่อนไขขอจดไว้ เช่น หากเปิดดูภายในแล้วพบว่า เป็นเพียงวงจรธรรมดาที่ใครๆ ก็สามารถคิดได้ หรือเป็นวงจรที่มีจำหน่ายโดยทั่วไป ก็สามารถฟ้องยกเลิกสิทธิบัตรได้


เจ้าของสินค้ายันไม่เคยมีปัญหา ด้านผศ.ผู้รับรอง ยังติดต่อไม่ได้
เวบไซต์ไทยนิวส์ ซึ่งรายงานข่าวเกี่ยวกับกรณีนี้ระบุว่า ตามที่ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังเชา พงษ์สานต์คีรี เจ้าของสินค้า และเว็บไซต์ www.npfaster.com  ได้รับการชี้แจงว่า เปิดออนไลน์ขายสินค้ามากว่าปีแล้ว ที่ผ่านมาไม่มีปัญหากับลูกค้า เมื่อซื้อไปแล้วไม่มีสักรายเดียวที่นำมาคืน และหากคืนตามกำหนดเวลาก็จะคืนเงินให้ 100% โดยไม่มีเงื่อนไข อย่างไรก็ตาม จากข้อสงสัยและบางรายก็โจมตีสินค้าของตนนั้น จะได้ปรึกษาผู้ใหญ่รวมทั้งอาจารย์ที่ให้การรับรองว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

ด้านห้องหว้ากอ โดยสมาชิกนามแฝง 'plako-plako' ก็ได้พยายามติดต่อไปยังผศ.ที่เป็นผู้ลงนามรับรอง และให้สัมภาษณ์ในคลิปวิดีโอ แต่นักศึกษาฝึกงานที่รับสายบอกว่าผศ.คนดังกล่าวยังไม่เข้ามา จึงได้ฝากข้อความไว้ว่าอยากให้อาจารย์ได้มาชี้แจง  โดยสมาชิกส่วนหนึ่งกล่าวว่า หากทางฝ่ายเจ้าของสินค้าหรือผู้รับรองสามารถอธิบายและตอบคำถามเกี่ยวกับการทำงานของอุปกรณ์ดังกล่าวได้ตามหลักวิทยาศาสตร์ ก็ยินดีที่จะรับฟัง


ส่งอีเมลแจ้งสคบ.แล้ว - ยังมีอีกหลายยี่ห้อ
เมื่อเวลา 21.41 น. ของวันที่ 13 ส.ค. 52 สมาชิกนามแฝง 'art_sarawut' ได้โพสต์ข้อความในกระทู้ 'ผลการผ่าพิสูจน์ฯ' แจ้งว่า ตนได้อีเมลแจ้งไปยังสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เกี่ยวกับกรณีนี้แล้ว โดยได้แนบข้อมูลการผ่าพิสูจน์พร้อมทั้งภาพถ่ายไปด้วย  หากมีความคืบหน้าอย่างไรจะมาแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม  เฉพาะข้อมูลที่ค้นคว้าได้จากอินเตอร์เนต พบว่ามีสินค้าชนิดเดียวกันนี้อยู่หลายยี่ห้อ และหลายลักษณะ  โดยบางยี่ห้อเมื่อเสียบกับช่องจุดบุหรี่แล้วสามารถใช้ชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือได้ แต่ผู้จำหน่ายระบุว่าเป็นอุปกรณ์ประหยัดน้ำมันและตั้งราคาตั้งแต่หนึ่งพันบาทขึ้นไป  ซึ่งการแพร่หลายของสินค้าชนิดนี้น่าจะมาจากสถานการณ์น้ำมันแพง และสภาพเศรษฐกิจที่ตกต่ำ  ผู้ใช้รถและผู้บริโภคทั่วไปจึงควรเพิ่มความระมัดระวังในการตัดสินใจ  

หากสงสัยว่าถูกหลอกลวงจากการโฆษณา สามารถร้องเรียนต่อฝ่ายรับเรื่องราวร้องทุกข์ กองคุ้มครองผู้บริโภคด้านโฆษณา สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค หมายเลขโทรศัพท์ 02-143-0401(-04)

 
++++++++++++++++++++

หมายเหตุ: ข้อมูลเพิ่มเติม (15 สิงหาคม 2552)


NP Faster ประกาศปิดการขายชั่วคราว
เมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. ผู้ที่เข้าชม www.npfaster.com พบว่า ทางเวบไซต์ได้ขึ้นข้อความปิดการขายสินค้าชั่วคราว โดยระบุว่า หลังจากชี้แจงผ่านสื่อจะกลับมาเปิดการขายตามปกติ

"ประกาศจาก www.npfaster.com เนื่องจากมีประเด็นโต้แย้งกันว่า NP Faster ประหยัดน้ำมัน จริงหรือไม่ ? ตามลิ้งด้านล่างนี้
http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X8149904/X8149904.html  http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X8192655/X8192655.html  
เพื่อให้ความเป็นธรรมต่อทั้งสองฝ่าย ขอให้ทุกท่าน อย่าเพิ่งด่วนสรุปผล เนื่องจากเป็นข้อมูลฝ่ายเดียว และยังไม่ได้มีการทดลองใช้งานจริง เราได้ประสานงานกับผู้ผลิต และผู้จำหน่ายอื่น ๆ แล้วว่า จะออกมาชี้แจงผ่านสื่อ ความคืบหน้าจะเป็นอย่างไร ทีมงานจะแจ้งให้ทุกท่านทราบภายหลัง
เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้บริโภค เราขอปิดการขายสินค้าชั่วคราว หลังจากมีการชี้แจงผ่านสื่อแล้ว เราจะเปิดขายตามปกติค่ะ"



'Mr.BIO' โผล่อีก ผู้ประดิษฐ์ต้องการอยู่อย่างสมถะ เวที 'หว้ากอ' ไม่เหมาะสม
เมื่อเวลา 1.09 น. ของวันที่ 15 ส.ค. 52 ผู้ใช้บัตรผ่านนามแฝง 'Mr.BIO' หมายเลขไอพี 116.58.231.242  ได้โพสต์ข้อความในกระทู้ 'ผลการผ่าพิสูจน์ฯ' อีกครั้ง  จากที่ก่อนหน้านี้ได้โพสต์ประกาศ โดยอ้างตัวว่ามาในนามของ บริษัท ไบโอติก รีซอร์สเซส จำกัด ทะเบียนเลขที่ 0575552000370 ผู้จำหน่ายสินค้า NP Faster ซึ่งมีสำนักงานตั้งอยู่ที่ จ.เชียงราย

โดยโพสต์ล่าสุดของ 'Mr.BIO' ระบุว่า ใช่ว่าผู้ประดิษฐ์ไม่ต้องการให้โลกได้รับรู้ เพียงแต่ประสงค์จะอยู่อย่างสมถะ พร้อมกับได้อ้างว่า นักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียง ก็ยอมรับว่าค้นคว้าพบโดยบังเอิญพบไม่ได้ตั้งใจ แต่สำเร็จในข้อค้นคว้า เพียงแต่เวลานี้ที่ห้องหว้ากอไม่ได้เป็นเวทีที่เหมาะสม ซึ่งตนได้จัดเตรียม "สถานที่ที่จะเป็นเวทีที่สง่าผ่าเผยสำหรับผู้ควรให้ เกียรติยศ และน่าจะเป็นบริบทสุดท้ายสำหรับพวกหมู่บางพวก"  ซึ่งทำให้มีผู้เข้ามาโพสต์วิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก  อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากบริษัท ไบโอติก รีซอร์สเซส จำกัด ว่า 'Mr.BIO' เป็นตัวแทนของบริษัทจริงหรือไม่


คน 'หว้ากอ' หวั่นเรื่องเงียบ แนะ 'ปลากวน' แจ้งความรายแรก
เนื่องจากยังไม่มีการออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการจากเจ้าของสินค้า รวมทั้งกรณีนี้ไม่ค่อยได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนทั่วไป  สมาชิกโต๊ะหว้ากอจำนวนหนึ่งได้แสดงความวิตกว่าเรื่องนี้อาจจะเงียบหายไปโดนไม่มีผู้รับผิดชอบ  ล่าสุด จึงได้ผู้แนะนำในกระทู้ 'แนวทางการแจ้งความฯ' ว่า สมาชิกนามแฝง 'ปลากวน' ซึ่งเป็นผู้ผ่าพิสูจน์ NP Faster ควรเข้าแจ้งความหรือร้องเรียน เพราะเป็นผู้หนึ่งที่ได้ซื้ออุปกรณ์ดังกล่าวมาทดลองใช้และผ่าพิสูจน์แล้วพบว่าไม่เป็นจริงตามการโฆษณาของบริษัท โดยมีหลักฐานพร้อม



Link ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง:

- ประหยัดน้ำมัน, ท้าพิสูจน์ ! สุดยอดอุปกรณ์ ประหยัดน้ำมัน คลิกที่นี่
http://www.npfaster.com/

- แค่เสียบ XXXX เข้ากับที่จุดบุหรี่ รถคุณจะเบาลงเลยทีเดียว?
http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X8092843/X8092843.html

- NPFaster.com เชิญมาพิสูจน์ หาความจริง อุปกรณ์ประหยัดน้ำมัน
http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X8149904/X8149904.html

- ร่วมลงขันซื้อ NP Faster อุปกรณ์ประหยัดน้ำมัน เพื่อทดสอบทางวิทยาศาสตร์
http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X8158766/X8158766.html ( Multiverse)

- ผลการผ่าพิสูจน์ NP Faster
http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X8192655/X8192655.html

- ผลการผ่าพิสูจน์ NP Faster (Part 2)
http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X8198077/X8198077.html  

- แนวทางการแจ้งความ และร้องเรียน สำหรับผู้ที่ซื้อสินค้า NP Faster ไปแล้วครับ
http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X8200049/X8200049.html


(จบสกู๊ปแล้วครับผม)



ที่มา http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X8205974/X8205974.html

 

 



 

 


ปาร์ตี้ไปกับ Buddy! เติมประกายให้ Messenger ของคุณด้วย emoticons ฟรีๆ คลิกที่นี่เลย

ยินดีต้อนรับ

Astrodienst Banner